5 เทคนิคในการสร้าง Affiliate Marketing บนช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขาย (Update)

08/08/2023
08/08/2023
08/Aug/2023 12:00 PM

5 เทคนิคในการสร้าง Affiliate Marketing บนช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขาย (Update)

ธุรกิจ E-Commerce เป็นมากกว่าการซื้อขายเพื่อสร้างรายได้เพียงช่องทางเดียว แท้จริงแล้วนักการตลาดยังมีแนวคิดเพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ เพื่อให้แบรนด์ขายสินค้าและบริการได้หลายหลายวิธี ซึ่งวันนี้ STEPS Academy ขออัปเดตแนวทางการสร้าง Affiliate Marketing เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลกันค่ะ

ธุรกิจ E-Commerce เป็นมากกว่าการซื้อขายเพื่อสร้างรายได้เพียงช่องทางเดียว แท้จริงแล้วนักการตลาดยังมีแนวคิดเพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ เพื่อให้แบรนด์ขายสินค้าและบริการได้หลายหลายวิธี ซึ่งวันนี้ STEPS Academy ขออัปเดตแนวทางการสร้าง Affiliate Marketing เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลกันค่ะ

นักการตลาด หรือผู้ทำธุรกิจออนไลน์อาจเคยได้ยินกับการใช้เทคนิค Affiliate กันมาบ้าง แต่ในวันนี้เราจะขอมาอธิบายถึงความหมาย ประโยชน์ และวิธีการนำไปปรับใช้กับแบรนด์ให้ทุกท่านได้เข้าใจและเห็นภาพที่ชัดขึ้นค่ะ

Affiliate Marketing คืออะไร

Affiliate Marketing คือ การเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า ซึ่งใช้วิธีการโปรโมตสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ โดยการใส่ข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ บนหน้าเว็บไซต์หรือลิงก์ที่เรามี เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาเลือกชมสินค้าได้เลือกซื้อ ผู้ที่โปรโมตสินค้าไม่จำเป็นต้องมีโรงงานผลิตสินค้าเอง ไม่จำเป็นจะต้องสต็อกของ และไม่ต้องจัดส่งสินค้าด้วยตัวเอง 

เมื่อมีการสั่งซื้อสินค้าผ่านหน้าเว็บไซต์ นอกจากเจ้าของสินค้าจะได้ขายของแล้ว ผู้โปรโมตสินค้าก็จะได้ส่วนแบ่งตามที่ได้ตกลงกันไว้กับเจ้าของสินค้าค่ะ 

หากคุณคือผู้ประกอบการทำธุรกิจออนไลน์อยู่ในขณะนี้ และมีผู้ช่วยโปรโมตสินค้า คุณจะสามารถสร้างยอดขายได้มากขึ้น และเป็นที่รู้จักในตลาดได้เร็วขึ้น แลกกับการจ่ายส่วนแบ่งตามที่ตกลง ก็เป็นเรื่องที่ดีต่อธุรกิจของคุณใช่ไหมคะ 

ข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ Demandsage ได้เปิดเผยเกี่ยวกับผลลัพธ์การสร้าง Affiliate Marketing ในปี 2023 สรุปได้ว่า 

  • ประมาณ 67.32% ของ Affiliate Marketer สื่อสารกับลูกค้าโดยใช้โซเชียลมีเดีย
  • Affiliate กำลังขยายตัวทุกปี รายได้โดยรวมจะเพิ่มขึ้นปีละ 10%
  • บัญชีการตลาดแบบ Affiliate คิดเป็น 16% ของรายได้อีคอมเมิร์ซทั่วโลก
  • การตลาดแบบ Affiliate เป็นช่องทางที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดสำหรับ 20% ของนักการตลาดแบรนด์
  • ตารางการสำรวจ Affiliate Marketing ในปี 2023 จากผู้บริหารและนักการตลาดในเครือ 178 ราย

  • Amazon ทำรายได้ 1.28 พันล้านดอลลาร์ผ่าน Affiliate Marketing ในไตรมาสที่ 1 ปี 2023
  • Shopify หนึ่งในบริษัทอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขับเคลื่อนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซกว่า 2.68 ล้านแห่งในสหรัฐอเมริกาด้วยหลักการ Affiliate Marketing
  • เราสามารถทำการตลาดด้วยวิธี Affiliate ได้อย่างไร

    เนื่องจาก Affiliate Marketing สามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้หลายรูปแบบ โดยมีผู้เกี่ยวข้องหลัก ๆ 3 ประเภท ได้แก่

    1 ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ

    2 ผู้ทำการโฆษณาที่มีเว็บไซต์ หน้าเพจ Facebook หรือ Blog

    3 ผู้ที่ซื้อสินค้า

    จากที่กล่าวมาข้างต้น ทุกท่านจะเห็นได้ว่าการทำการตลาดด้วยวิธี Affiliate Marketing สามารถสร้างโอกาสให้กับธุรกิจของผู้ประกอบการและผู้ที่เป็นตัวกลางในการโฆษณาสินค้า ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับการทำการตลาดด้วยวิธี Affiliate ในยุคดิจิทัลกันค่ะ

    1. เจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย

    หนึ่งในวิธีที่สามารถเพิ่ม Conversion Rate ได้คือการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มว่าอาจจะสนใจแบรนด์ของเราจริง ๆ และมีโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าในอนาคต โดยใช้วิธีการ Boost โฆษณา

    การ Boost โพสต์โฆษณาจะมีวิธีการจัดสรรงบประมาณ การเลือกกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง และการกำหนดระยะเวลาที่ต้องการจะโฆษณา   

    Affiliate marketing คือ กลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผู้ประกอบการมีอยู่ในมือร่วมกันกับพาร์ทเนอร์ หรือคนที่เป็นตัวกลางเพื่อช่วยขาย โดยการนำเสนอสินค้าและบริการผ่านการทำ Affiliate Marketing นี้ จะมีประสิทธิภาพแบบเท่าตัว เนื่องจากการร่วมมือกันระหว่างผู้ประกอบการและผู้โฆษณา ที่ช่วยกันนำเสนอสินค้าที่ดูมีคุณค่าต่อลูกค้าและเป็นที่น่าจดจำ 

    (Conversion Rate คือการวัดผลที่ได้จากการโต้ตอบระหว่างโฆษณาในเว็บไซต์ และลูกค้าที่เข้ามาหน้าเว็บ ซึ่งมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น จำนวนการคลิกเพื่อสั่งซื้อสินค้า การลงทะเบียน การติดต่อเจ้าหน้าที่ การดาวน์โหลดแอป การรับข่าวสารเพื่อติดตามแบรนด์) 

    การเจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อการทำธุรกิจ สามารถแบ่งได้ 3 วิธีคือ 

    1.1 รู้จักกลุ่มเป้าหมาย 

    ก่อนอื่นเลย ผู้ประกอบการควรทราบว่าสินค้าหรือบริการของเรา เหมาะกับลูกค้าประเภทไหน จากนั้นท่านอาจจะใช้โปรแกรม Analytics เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ซึ่งสถิติเหล่านี้ จะทำให้ท่านทราบว่า ผลิตภัณฑ์ของเรานั้นอยู่ในกระแส หรือความสนใจมากน้อยแค่ไหน และแบรนด์ของเราสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ประเภทใดได้บ้างในการโฆษณา 

    1.2  เลือกโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มในการนำเสนอ 

    ในปัจจุบัน อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่า ผู้บริโภคมีโซเชียลแพลตฟอร์มเพื่อติดต่อสื่อสารและใช้เพื่อซื้อสินค้ามากกว่าหนึ่งช่องทางเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, Instagram และ Twitter เป็นต้น 

    ดังนั้นการเลือกช่องทางที่จะนำเสนอสินค้าให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายเป็นเรื่องสำคัญ หรือหากแบรนด์ของท่านสามารถใช้แพลตฟอร์มที่หลากหลายได้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจค่ะ 

    1.3 ใช้เครื่องมือที่เหมาะสม 

    การเลือกเครื่องมือในการทำ Affiliate Marketing สามารถช่วยทั้งผู้ประกอบการและพาร์ทเนอร์ของท่านเป็นอย่างมาก เนื่องจากการใช้โปรแกรมสามารถช่วยท่านในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และการกำหนดระยะเวลาที่แม่นยำมากขึ้น ซึ่งในวันนี้เรามีตัวอย่างเครื่องมือมาแนะนำกัน 3 โปรแกรม ได้แก่: 

    SEMRush:

    เครื่องมือนี้เหมาะสำหรับการทำคอนเทนต์โดยเน้นไปที่การทำ SEO (Search Engine Optimization) และสามารถวิเคราะห์คอนเทนต์ของแบรนด์คู่แข่งได้ เพื่อให้แบรนด์ของท่านสามารถหา Key Word ที่มีประสิทธิภาพต่อการทำ SEO ในแต่ละสัปดาห์ 

    Ahrefs:

    โปรแกรมนี้มีหลายฟังก์ชันให้ผู้ประกอบการได้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ Key Word  (Backlink คือ ลิงก์ที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างเว็บไชต์ต่าง ๆ มาสู่เว็บหลักที่เป็นของแบรนด์ค่ะ) 

    Yoast SEO

    โปรแกรมนี้จะเน้นไปที่การสร้าง SEO เพื่อค้นหาคำสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าเจอหน้าเว็บไซต์ และช่วยให้ผู้ประกอบการเขียนคำอธิบายที่มีแนวโน้มว่า Google จะผลักดันลำดับเว็บไซต์ของเราให้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น (การเขียน Meta Description) ซึ่งผู้ใช้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโปรแกรมก็ได้ แต่ถ้าหากต้องการซื้อโปรแกรมมาใช้ เพื่อให้โปรแกรมช่วยวิเคราะห์ผลแบบ 24 ชั่วโมงก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ 

    1.4 คุณค่าที่ลูกค้าได้รับ  

    แน่นอนค่ะว่านอกจากสินค้าหรือบริการของเราจะต้องดีมีคุณภาพแล้ว การมอบคุณค่าที่ลูกค้าควรจะได้รับ จะสามารถสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าได้ ซึ่งคุณค่าที่ลูกค่าควรได้รับจะมาในรูปแบบของ ความแตกต่างที่แบรนด์สร้างขึ้น และแบรนด์คู่แข่งไม่มี ความสะดวกในการเข้าถึงหน้าเพจหรือหน้าเว็บไซต์ สามารถลดความกังวลให้ลูกค้าเมื่อซื้อขายสินค้าจากเราไปแล้ว และมีบริการหลังการขาย เป็นต้น   

    2. เลือกบุคคลที่ลูกค้าไว้วางใจนำเสนอสินค้า

    การทำ Affiliate Marketing โดยการเลือกบุคคลที่ลูกค้าชื่นชอบ หรือมีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ ที่ผู้ประการกำลังประกอบธุรกิจมาช่วยแนะนำสินค้าหรือบริการ เปรียบเสมือนกับการแนะนำกันแบบปากต่อปาก จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า คนที่พวกเขาให้ความเชื่อถือยังแนะนำให้ใช้ การเลือกบุคคลที่มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์มาโฆษณาแบรนด์ให้กับเรา จะเป็นการสร้างความเชื่อถือให้แก่ลูกค้าไปในตัวด้วยค่ะ 

    สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เมื่อผู้ประกอบการตกลงส่วนแบ่งค่าคอมมิชชันกันกับผู้ที่จะมาช่วยโฆษณาสินค้า จะต้องแน่ใจว่าการตกลงเรื่องค่าส่วนแบ่งนั้นเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย และผู้ช่วยโฆษณาจะต้องได้รับข้อมูลที่เพียงพอและชัดเจน เพื่อให้เกิดความไว้วางใจกันในการทำธุรกิจ ดังนั้นความไว้วางใจและความจริงใจเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่งค่ะ   

    คุณสมบัติของบุคคลที่จะมาเป็นพาร์ทเนอร์ ได้แก่ 

  • บุคคคลนั้น ๆ ควรมี Engagement ที่ดีต่อลูกค้า
  • เช่น ลักษณะการตอบคำถามลูกค้า ความสม่ำเสมอ ความใส่ใจรับฟังคำติชมจากความคิดเห็นต่างๆ 

  • มีความเชื่อใจกัน สามารถไว้วางใจได้
  • พาร์ทเนอร์และผู้ประกอบการไว้ใจกัน เพื่อทำให้ธุรกิจก้าวไปได้ไกลขึ้น 

  • ผู้ประกอบการต้องมั่นใจว่า พาร์ทเนอร์ชื่นชอบในตัวสินค้าด้วย
  • อย่าลืมนะคะว่า พาร์ทเนอร์ของเราคือบุคคลที่จะเป็นตัวแทนในการจำหน่ายสินค้า ดังนั้น การที่พาร์ทเนอร์มีทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์และสินค้าชิ้นนั้น ๆ เป็นเรื่องสำคัญ 

  • ผู้ประกอบการและพาร์ทเนอร์มีความสัมพันธ์ในเชิงบวก 
  • หากผู้ประกอบการควรมองว่าธุรกิจออนไลน์ของท่านจะเติบโตไปได้อีกในอนาคต และแบรนด์อาจต้องพึ่งพาพาร์ทเนอร์เพื่อช่วยโฆษณา ฉะนั้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีจะทำให้ธุรกิจเติบโตไปได้ในระยะยาว   

    ผู้ช่วยโฆษณาสินค้า หรือพาร์ทเนอร์ของแบรนด์ 

    การทำ Affiliate Marketing ให้มีประสิทธิภาพ ควรคำนึงถึงบุคคลที่จะมาเป็นพาร์ทเนอร์ว่ามีความเหมาะสมกับการนำเสนอสินค้าหรือบริการของเราหรือไม่ 

    เช่น หากธุรกิจที่ทำอยู่เป็นธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท บุคคลที่ควรจะมาเป็นพาร์ทเนอร์ของเราควรจะเป็นบล็อกเกอร์นักท่องเที่ยว หรือเว็บไซต์รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่สนใจการเดินทาง สามารถกดลิงก์เข้ามาที่หน้าเว็บไซต์ของเรา เพื่อจองห้อง หลังจากที่ได้โฆษณาหน้าเว็บท่องเที่ยวนั้น ๆ แล้ว 

    ดังนั้นเรามารู้จักบุคคลที่สามารถช่วยให้แบรนด์สร้าง Affiliate Marketing ได้อย่างมีประสิทธิภาพกันค่ะ 

    1. Influencer

    Influencer คือบุคคลที่มีอิทธิพลมากต่อลูกค้า การที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อนั้นส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อถือของ Influencer นอกจากคอนเทนต์ดี ๆ ที่อธิบายถึงสรรพคุณของสินค้า ความน่าสนใจของโปรโมชันของแบรนด์แล้ว หาก Influencer ใช้สินค้านั้น ๆ ด้วยยิ่งทำให้การซื้อขายเป็นไปได้ง่ายขึ้น เพราะคนโปรดของลูกค้ายังใช้สินค้าจากทางแบรนด์ แสดงว่าสินค้าหรือบริการของเรานั้นมีอะไรบางอย่างที่พิเศษกว่าแบรนด์อื่น ๆ   

    2. บล็อกเกอร์ 

    บล็อกเกอร์มีคุณสมบัติที่คล้ายกันกับ Influencer โดยมีความแตกต่างกันตรงที่ บล็อกเกอร์จะเน้นไปที่การเขียนคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน ซึ่งงานเขียนของบล็อกเกอร์นั้นเป็นที่ยอมรับของสังคม เนื่องจากบุคคลนั้น ๆ มีประสบการณ์หรือเชี่ยวชาญในการทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง 

    ตัวอย่างหน้าเว็บบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวชื่อดัง : Go See It ไปให้รู้ ออกไปดูให้เห็น

    3. สนับสนุนคอนเทนต์ที่มีประโยชน์

    การทำ Affiliate Marketing นอกจากการจะช่วยในการเพิ่มยอดขายได้แล้ว การคำนึงถึงคุณค่าที่ลูกค้าควรได้รับจากคอนเทนต์ เพื่อให้แบรนด์ สามารถชนะใจลูกค้าและยังคงอยู่ในตลาดได้ในระยะยาวอีกด้วย ดังนั้นการเขียนบทความที่สามารถมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้อ่าน ด้วยวิธีที่น่าดึงดูด และไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า แบรนด์ยัดเยียดการนำเสนอสินค้าเพื่อการค้าขายจนเกินไป อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงจำนวนการคลิกเข้ามาที่หน้าเว็บไซต์ให้มีสูงขึ้นค่ะ (Conversion Rate) 

    นอกจากการเขียนคอนเทนต์ที่มีประโยชน์แล้ว ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงหลักการ SEO ด้วยเช่นกัน เพราะหากเว็บไซต์ของเราอยู่ในลำดับต้น ๆ ของการค้นหา หรือเว็บไซต์ของเรากลายเป็นเว็บไซต์แนะนำจาก Google จะทำให้ลูกค้าอยากกดลิงก์เข้ามาที่หน้าเว็บเรามากยิ่งขึ้น ซึ่งหลักการเขียนคอนเทนต์มีเทคนิคดังนี้ค่ะ 

  • ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นนักเขียน
  • จากที่เราได้กล่าวไปแล้วในหัวข้อด้านบน การสร้าง Affiliate ด้วยการมอบคุณค่างานเขียนที่ดีให้แก่ผู้อ่าน จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าอยากติดตามงานเขียนชิ้นต่อไป และทำให้ลูกค้าเหล่านี้เกิดการบริโภคสินค้าหรือบริการซ้ำจากแบรนด์ของเรา 

  • ผู้ประกอบการต้องให้ข้อมูลสินค้าอย่างเพียงพอ
  • การใส่ใจรายละเอียดทุกข้อมูลที่นำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นราคา การรับประกันสินค้าหลังการขาย ช่องทางการสอบถามข้อมูล สามารถช่วยให้ลูกค้ารู้ลึก รู้จริงถึงรายละเอียดของตัวสินค้า หรือสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อออกไป 

  • เน้นการทำ SEO
  • การทำ SEO จะช่วยให้ผู้ประกอบการ เลือกคำสำคัญในการโปรโมตสินค้าได้ดีขึ้น และตรงกับความต้องการในตลาด อีกทั้งยังสามารถผลักดันคอนเทนต์ของเราให้กลายเป็นคอนเทนต์แนะนำได้ค่ะ   

    4. สร้าง Backlink 

    Backlink คือ ลิงก์จากเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ทำการโฆษณาสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวกับแบรนด์ของเรา เมื่อลูกค้ากดเข้าไปที่ลิงก์เหล่านั้น จะสามารถเชื่อมต่อไปยังหน้าเว็บไซต์ของแบรนด์ได้ ซึ่งเทคนิคการสร้าง Backlink นั้นสามารถสร้างได้จากหน้าเว็บไซต์ของผู้ช่วยโฆษณาสินค้า หน้าเว็บบล็อก หรือแพล็ตฟอร์มออนไลน์ช่องทางอื่น ๆ 

    เว็บไซต์ Search Engine อย่าง Google จะชอบเว็บไซต์แบรนด์ที่มี Backlink ที่สามารถเชื่อมโยงไปที่หน้าเว็บไซต์สินค้า เนื่องจากการทำ Backlink เปรียบเสมือนการที่มีคนพูดถึงแบรนด์ของเราบนโลกโซเชียล ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น 

    การสร้าง Backlink เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี มีเทคนิคดังต่อไปนี้ค่ะ 

  • ใช้ Anchor Text:
  • Anchor Text คือการแปะลิงก์ที่มีตัวอักษรที่เป็นข้อความเพื่อให้ลูกค้าสามารถกดเข้าไปยังหน้าเว็บที่ต้องการ ซึ่งการเขียน Anchor Text ที่ดี และใช้เทคนิคการทำ SEO จะช่วยให้ลำดับเว็บไซต์อยู่ในลำดับต้น ๆ ของการค้นหา 

  • การใช้ Keywords ที่เหมาะสม
  • การใช้คำศัพท์ที่ตรงกับการค้นหา หรือการใช้คำที่ลูกค้านิยม หรือเป็นกระแสในช่วงเวลานั้น ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเจอลิงก์ของเว็บไซต์เรามากยิ่งขึ้น ซึ่ง Conversion Rate จากการคลิกก็จะสูงขึ้นด้วยค่ะ 

  • ตรวจสอบคอนเทนต์ก่อนนำเสนอแบรนด์
  • การเขียนคอนเทนต์ทั้งฝ่ายผู้ประกอบการเองและผู้ที่เป็นพาร์ทเนอร์ จะต้องมีข้อมูลที่ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ลูกค้าไม่เกิดความสับสน เมื่อกดลิงก์จากหน้าเว็บอื่น มาที่หน้าเว็บเรา   

    5. มอบข้อเสนอที่ลูกค้ายากจะปฏิเสธ 

    สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คุณสามารถมอบข้อเสนอหรือโปรโมชันสุดพิเศษให้แก่ลูกค้า เมื่อทำ Affiliate Marketing โดยการ Boost โฆษณา ซึ่งสามารถเพิ่มยอด Conversion Rate จากการคลิกให้สูงขึ้นได้ด้วยวิธีนี้ ยิ่งไปกว่านั้น วิธีการนำเสนอโปรโมชันใช้ได้ผลกับลูกค้าที่ไม่เคยซื้อขายกับทางเว็บไซต์มาก่อน 

    วิธีการหยิบยื่นข้อเสนอให้แก่ลูกค้า สามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งได้แก่ 

    การใช้โปรโมชั่นลดราคา

    ตัวอย่างจากแบรนด์ Sephora ที่นำเสนอโปรโมชันลดราคา 50%

    วิธีการใช้โปรโมชัน เพื่อลดราคาสินค้า สามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้กลายมาเป็นลูกค้าขาจรได้ในเบื้องต้น เมื่อลูกค้าได้ทดลองใช้สินค้าแล้วรู้สึกประทับใจ ก็มีโอกาสที่ลูกค้ากลุ่มนี้จะเกิดการซื้อซ้ำและกลายเป็นลูกค้าประจำได้ 

  • การมอบสินค้าให้เป็นของขวัญ
  • ตัวอย่างจาก Netflix ที่ให้ลูกค้าดูหนังฟรี 30 วัน

    ภาพจากhttps://www.houseguides.org

    หลายท่านอาจจะเคยเห็นการโฆษณาผ่านตากันมาบ้าง เช่น การมอบ Gift Voucher ทดลองใช้สินค้า การมอบสิทธิพิเศษเพื่อใช้บริการ 20 ท่านแรก วิธีเหล่านี้จะสามารถช่วยเพิ่ม Conversion Rate เมื่อลูกค้าสนใจทดลองใช้สินค้าฟรีเบื้องต้นด้วยการคลิกเข้ามาที่หน้าเว็บไซต์ค่ะ 

  • ใช้ Promo Code นำโฆษณาสินค้า:
  • ตัวอย่างการโฆษณาสินค้าด้วยการใช้ Promo Code

    วิธีการนำเสนอ Promo Code   เพื่อให้ลูกค้านำรหัสที่ทางแบรนด์เสนอให้ไปใช้เพื่อลดราคา ในช่วงเวลาที่กำหนด สามารถช่วยเพิ่มยอดคลิกให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่แบรนด์สามารถใช้วิธีนี้เพื่อสร้างยอดขายได้   

    สรุป:  

    การสร้าง Affiliate Marketing สามารถเพิ่มช่องทางการขายให้แก่เจ้าของกิจการ ด้วยวิธี Win-Win ทั้งสองฝ่ายระหว่างตัวเจ้าของกิจการเอง และผู้ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของบริษัท ยิ่งคอนเทนต์ดีมีคุณภาพ แถมมี Influencer ช่วยในการขยายตลาด ก็ยิ่งทำให้แบรนด์ของท่านเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากตัวลูกค้าเอง เนื่องจากมีบุคคลดังคอยช่วยเชียร์สินค้า ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาดนั่นคือการใช้เทคนิค SEO เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ดีอยู่ตลอด รวมไปถึงการไว้วางใจผู้ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของบริษัท เพื่อให้แบรนด์ของเราเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ  

    นอกจากนี้ STEPS Academy ยังมีข่าวดีมาให้ทุกท่านที่สนใจการทำธุรกิจออนไลน์มาฝากกันค่ะ 

    เตรียมตัวให้พร้อมกับคอร์สเรียนหลักสูตร Digital Marketing Strategy เพื่อผู้ประกอบการ นักการตลาด และผู้ที่สนใจทั่วไป สามารถวางกลยุทธ์ ทำการตลาดออนไลน์ ได้อย่างถูกวิธี แข็งแกร่ง และยั่งยืน สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 

    https://stepstraining.co/digital-marketing-specialist   

    ข้อมูลจาก: 

    www.bigcommerce.com.au 

    www.mentionlytics.com 

    https:// junto.digital 

    https://www.demandsage.com