5 เทคนิคในการสร้าง Affiliate Marketing บนช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขาย (Update)
ธุรกิจ E-Commerce เป็นมากกว่าการซื้อขายเพื่อสร้างรายได้เพียงช่องทางเดียว แท้จริงแล้วนักการตลาดยังมีแนวคิดเพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ เพื่อให้แบรนด์ขายสินค้าและบริการได้หลายหลายวิธี ซึ่งวันนี้ STEPS Academy ขออัปเดตแนวทางการสร้าง Affiliate Marketing เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลกันค่ะ
ธุรกิจ E-Commerce เป็นมากกว่าการซื้อขายเพื่อสร้างรายได้เพียงช่องทางเดียว แท้จริงแล้วนักการตลาดยังมีแนวคิดเพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ เพื่อให้แบรนด์ขายสินค้าและบริการได้หลายหลายวิธี ซึ่งวันนี้ STEPS Academy ขออัปเดตแนวทางการสร้าง Affiliate Marketing เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลกันค่ะ
นักการตลาด หรือผู้ทำธุรกิจออนไลน์อาจเคยได้ยินกับการใช้เทคนิค Affiliate กันมาบ้าง แต่ในวันนี้เราจะขอมาอธิบายถึงความหมาย ประโยชน์ และวิธีการนำไปปรับใช้กับแบรนด์ให้ทุกท่านได้เข้าใจและเห็นภาพที่ชัดขึ้นค่ะ
Affiliate Marketing คืออะไร
Affiliate Marketing คือ การเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า ซึ่งใช้วิธีการโปรโมตสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ โดยการใส่ข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ บนหน้าเว็บไซต์หรือลิงก์ที่เรามี เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาเลือกชมสินค้าได้เลือกซื้อ ผู้ที่โปรโมตสินค้าไม่จำเป็นต้องมีโรงงานผลิตสินค้าเอง ไม่จำเป็นจะต้องสต็อกของ และไม่ต้องจัดส่งสินค้าด้วยตัวเอง
เมื่อมีการสั่งซื้อสินค้าผ่านหน้าเว็บไซต์ นอกจากเจ้าของสินค้าจะได้ขายของแล้ว ผู้โปรโมตสินค้าก็จะได้ส่วนแบ่งตามที่ได้ตกลงกันไว้กับเจ้าของสินค้าค่ะ
หากคุณคือผู้ประกอบการทำธุรกิจออนไลน์อยู่ในขณะนี้ และมีผู้ช่วยโปรโมตสินค้า คุณจะสามารถสร้างยอดขายได้มากขึ้น และเป็นที่รู้จักในตลาดได้เร็วขึ้น แลกกับการจ่ายส่วนแบ่งตามที่ตกลง ก็เป็นเรื่องที่ดีต่อธุรกิจของคุณใช่ไหมคะ
ข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ Demandsage ได้เปิดเผยเกี่ยวกับผลลัพธ์การสร้าง Affiliate Marketing ในปี 2023 สรุปได้ว่า
ตารางการสำรวจ Affiliate Marketing ในปี 2023 จากผู้บริหารและนักการตลาดในเครือ 178 ราย
เราสามารถทำการตลาดด้วยวิธี Affiliate ได้อย่างไร
เนื่องจาก Affiliate Marketing สามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้หลายรูปแบบ โดยมีผู้เกี่ยวข้องหลัก ๆ 3 ประเภท ได้แก่
1 ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ
2 ผู้ทำการโฆษณาที่มีเว็บไซต์ หน้าเพจ Facebook หรือ Blog
3 ผู้ที่ซื้อสินค้า
จากที่กล่าวมาข้างต้น ทุกท่านจะเห็นได้ว่าการทำการตลาดด้วยวิธี Affiliate Marketing สามารถสร้างโอกาสให้กับธุรกิจของผู้ประกอบการและผู้ที่เป็นตัวกลางในการโฆษณาสินค้า ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับการทำการตลาดด้วยวิธี Affiliate ในยุคดิจิทัลกันค่ะ
1. เจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย
หนึ่งในวิธีที่สามารถเพิ่ม Conversion Rate ได้คือการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มว่าอาจจะสนใจแบรนด์ของเราจริง ๆ และมีโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าในอนาคต โดยใช้วิธีการ Boost โฆษณา
การ Boost โพสต์โฆษณาจะมีวิธีการจัดสรรงบประมาณ การเลือกกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง และการกำหนดระยะเวลาที่ต้องการจะโฆษณา
Affiliate marketing คือ กลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผู้ประกอบการมีอยู่ในมือร่วมกันกับพาร์ทเนอร์ หรือคนที่เป็นตัวกลางเพื่อช่วยขาย โดยการนำเสนอสินค้าและบริการผ่านการทำ Affiliate Marketing นี้ จะมีประสิทธิภาพแบบเท่าตัว เนื่องจากการร่วมมือกันระหว่างผู้ประกอบการและผู้โฆษณา ที่ช่วยกันนำเสนอสินค้าที่ดูมีคุณค่าต่อลูกค้าและเป็นที่น่าจดจำ
(Conversion Rate คือการวัดผลที่ได้จากการโต้ตอบระหว่างโฆษณาในเว็บไซต์ และลูกค้าที่เข้ามาหน้าเว็บ ซึ่งมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น จำนวนการคลิกเพื่อสั่งซื้อสินค้า การลงทะเบียน การติดต่อเจ้าหน้าที่ การดาวน์โหลดแอป การรับข่าวสารเพื่อติดตามแบรนด์)
การเจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อการทำธุรกิจ สามารถแบ่งได้ 3 วิธีคือ
1.1 รู้จักกลุ่มเป้าหมาย
ก่อนอื่นเลย ผู้ประกอบการควรทราบว่าสินค้าหรือบริการของเรา เหมาะกับลูกค้าประเภทไหน จากนั้นท่านอาจจะใช้โปรแกรม Analytics เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ซึ่งสถิติเหล่านี้ จะทำให้ท่านทราบว่า ผลิตภัณฑ์ของเรานั้นอยู่ในกระแส หรือความสนใจมากน้อยแค่ไหน และแบรนด์ของเราสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ประเภทใดได้บ้างในการโฆษณา
1.2 เลือกโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มในการนำเสนอ
ในปัจจุบัน อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่า ผู้บริโภคมีโซเชียลแพลตฟอร์มเพื่อติดต่อสื่อสารและใช้เพื่อซื้อสินค้ามากกว่าหนึ่งช่องทางเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, Instagram และ Twitter เป็นต้น
ดังนั้นการเลือกช่องทางที่จะนำเสนอสินค้าให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายเป็นเรื่องสำคัญ หรือหากแบรนด์ของท่านสามารถใช้แพลตฟอร์มที่หลากหลายได้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจค่ะ
1.3 ใช้เครื่องมือที่เหมาะสม
การเลือกเครื่องมือในการทำ Affiliate Marketing สามารถช่วยทั้งผู้ประกอบการและพาร์ทเนอร์ของท่านเป็นอย่างมาก เนื่องจากการใช้โปรแกรมสามารถช่วยท่านในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และการกำหนดระยะเวลาที่แม่นยำมากขึ้น ซึ่งในวันนี้เรามีตัวอย่างเครื่องมือมาแนะนำกัน 3 โปรแกรม ได้แก่:
SEMRush:
เครื่องมือนี้เหมาะสำหรับการทำคอนเทนต์โดยเน้นไปที่การทำ SEO (Search Engine Optimization) และสามารถวิเคราะห์คอนเทนต์ของแบรนด์คู่แข่งได้ เพื่อให้แบรนด์ของท่านสามารถหา Key Word ที่มีประสิทธิภาพต่อการทำ SEO ในแต่ละสัปดาห์
Ahrefs:
โปรแกรมนี้มีหลายฟังก์ชันให้ผู้ประกอบการได้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ Key Word (Backlink คือ ลิงก์ที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างเว็บไชต์ต่าง ๆ มาสู่เว็บหลักที่เป็นของแบรนด์ค่ะ)
Yoast SEO
โปรแกรมนี้จะเน้นไปที่การสร้าง SEO เพื่อค้นหาคำสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าเจอหน้าเว็บไซต์ และช่วยให้ผู้ประกอบการเขียนคำอธิบายที่มีแนวโน้มว่า Google จะผลักดันลำดับเว็บไซต์ของเราให้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น (การเขียน Meta Description) ซึ่งผู้ใช้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโปรแกรมก็ได้ แต่ถ้าหากต้องการซื้อโปรแกรมมาใช้ เพื่อให้โปรแกรมช่วยวิเคราะห์ผลแบบ 24 ชั่วโมงก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
1.4 คุณค่าที่ลูกค้าได้รับ
แน่นอนค่ะว่านอกจากสินค้าหรือบริการของเราจะต้องดีมีคุณภาพแล้ว การมอบคุณค่าที่ลูกค้าควรจะได้รับ จะสามารถสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าได้ ซึ่งคุณค่าที่ลูกค่าควรได้รับจะมาในรูปแบบของ ความแตกต่างที่แบรนด์สร้างขึ้น และแบรนด์คู่แข่งไม่มี ความสะดวกในการเข้าถึงหน้าเพจหรือหน้าเว็บไซต์ สามารถลดความกังวลให้ลูกค้าเมื่อซื้อขายสินค้าจากเราไปแล้ว และมีบริการหลังการขาย เป็นต้น
2. เลือกบุคคลที่ลูกค้าไว้วางใจนำเสนอสินค้า
การทำ Affiliate Marketing โดยการเลือกบุคคลที่ลูกค้าชื่นชอบ หรือมีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ ที่ผู้ประการกำลังประกอบธุรกิจมาช่วยแนะนำสินค้าหรือบริการ เปรียบเสมือนกับการแนะนำกันแบบปากต่อปาก จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า คนที่พวกเขาให้ความเชื่อถือยังแนะนำให้ใช้ การเลือกบุคคลที่มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์มาโฆษณาแบรนด์ให้กับเรา จะเป็นการสร้างความเชื่อถือให้แก่ลูกค้าไปในตัวด้วยค่ะ
สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เมื่อผู้ประกอบการตกลงส่วนแบ่งค่าคอมมิชชันกันกับผู้ที่จะมาช่วยโฆษณาสินค้า จะต้องแน่ใจว่าการตกลงเรื่องค่าส่วนแบ่งนั้นเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย และผู้ช่วยโฆษณาจะต้องได้รับข้อมูลที่เพียงพอและชัดเจน เพื่อให้เกิดความไว้วางใจกันในการทำธุรกิจ ดังนั้นความไว้วางใจและความจริงใจเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่งค่ะ
คุณสมบัติของบุคคลที่จะมาเป็นพาร์ทเนอร์ ได้แก่
เช่น ลักษณะการตอบคำถามลูกค้า ความสม่ำเสมอ ความใส่ใจรับฟังคำติชมจากความคิดเห็นต่างๆ
พาร์ทเนอร์และผู้ประกอบการไว้ใจกัน เพื่อทำให้ธุรกิจก้าวไปได้ไกลขึ้น
อย่าลืมนะคะว่า พาร์ทเนอร์ของเราคือบุคคลที่จะเป็นตัวแทนในการจำหน่ายสินค้า ดังนั้น การที่พาร์ทเนอร์มีทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์และสินค้าชิ้นนั้น ๆ เป็นเรื่องสำคัญ
หากผู้ประกอบการควรมองว่าธุรกิจออนไลน์ของท่านจะเติบโตไปได้อีกในอนาคต และแบรนด์อาจต้องพึ่งพาพาร์ทเนอร์เพื่อช่วยโฆษณา ฉะนั้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีจะทำให้ธุรกิจเติบโตไปได้ในระยะยาว
ผู้ช่วยโฆษณาสินค้า หรือพาร์ทเนอร์ของแบรนด์
การทำ Affiliate Marketing ให้มีประสิทธิภาพ ควรคำนึงถึงบุคคลที่จะมาเป็นพาร์ทเนอร์ว่ามีความเหมาะสมกับการนำเสนอสินค้าหรือบริการของเราหรือไม่
เช่น หากธุรกิจที่ทำอยู่เป็นธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท บุคคลที่ควรจะมาเป็นพาร์ทเนอร์ของเราควรจะเป็นบล็อกเกอร์นักท่องเที่ยว หรือเว็บไซต์รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่สนใจการเดินทาง สามารถกดลิงก์เข้ามาที่หน้าเว็บไซต์ของเรา เพื่อจองห้อง หลังจากที่ได้โฆษณาหน้าเว็บท่องเที่ยวนั้น ๆ แล้ว
ดังนั้นเรามารู้จักบุคคลที่สามารถช่วยให้แบรนด์สร้าง Affiliate Marketing ได้อย่างมีประสิทธิภาพกันค่ะ
1. Influencer
Influencer คือบุคคลที่มีอิทธิพลมากต่อลูกค้า การที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อนั้นส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อถือของ Influencer นอกจากคอนเทนต์ดี ๆ ที่อธิบายถึงสรรพคุณของสินค้า ความน่าสนใจของโปรโมชันของแบรนด์แล้ว หาก Influencer ใช้สินค้านั้น ๆ ด้วยยิ่งทำให้การซื้อขายเป็นไปได้ง่ายขึ้น เพราะคนโปรดของลูกค้ายังใช้สินค้าจากทางแบรนด์ แสดงว่าสินค้าหรือบริการของเรานั้นมีอะไรบางอย่างที่พิเศษกว่าแบรนด์อื่น ๆ
2. บล็อกเกอร์
บล็อกเกอร์มีคุณสมบัติที่คล้ายกันกับ Influencer โดยมีความแตกต่างกันตรงที่ บล็อกเกอร์จะเน้นไปที่การเขียนคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน ซึ่งงานเขียนของบล็อกเกอร์นั้นเป็นที่ยอมรับของสังคม เนื่องจากบุคคลนั้น ๆ มีประสบการณ์หรือเชี่ยวชาญในการทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง
ตัวอย่างหน้าเว็บบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวชื่อดัง : Go See It ไปให้รู้ ออกไปดูให้เห็น
3. สนับสนุนคอนเทนต์ที่มีประโยชน์
การทำ Affiliate Marketing นอกจากการจะช่วยในการเพิ่มยอดขายได้แล้ว การคำนึงถึงคุณค่าที่ลูกค้าควรได้รับจากคอนเทนต์ เพื่อให้แบรนด์ สามารถชนะใจลูกค้าและยังคงอยู่ในตลาดได้ในระยะยาวอีกด้วย ดังนั้นการเขียนบทความที่สามารถมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้อ่าน ด้วยวิธีที่น่าดึงดูด และไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า แบรนด์ยัดเยียดการนำเสนอสินค้าเพื่อการค้าขายจนเกินไป อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงจำนวนการคลิกเข้ามาที่หน้าเว็บไซต์ให้มีสูงขึ้นค่ะ (Conversion Rate)
นอกจากการเขียนคอนเทนต์ที่มีประโยชน์แล้ว ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงหลักการ SEO ด้วยเช่นกัน เพราะหากเว็บไซต์ของเราอยู่ในลำดับต้น ๆ ของการค้นหา หรือเว็บไซต์ของเรากลายเป็นเว็บไซต์แนะนำจาก Google จะทำให้ลูกค้าอยากกดลิงก์เข้ามาที่หน้าเว็บเรามากยิ่งขึ้น ซึ่งหลักการเขียนคอนเทนต์มีเทคนิคดังนี้ค่ะ
จากที่เราได้กล่าวไปแล้วในหัวข้อด้านบน การสร้าง Affiliate ด้วยการมอบคุณค่างานเขียนที่ดีให้แก่ผู้อ่าน จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าอยากติดตามงานเขียนชิ้นต่อไป และทำให้ลูกค้าเหล่านี้เกิดการบริโภคสินค้าหรือบริการซ้ำจากแบรนด์ของเรา
การใส่ใจรายละเอียดทุกข้อมูลที่นำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นราคา การรับประกันสินค้าหลังการขาย ช่องทางการสอบถามข้อมูล สามารถช่วยให้ลูกค้ารู้ลึก รู้จริงถึงรายละเอียดของตัวสินค้า หรือสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อออกไป
การทำ SEO จะช่วยให้ผู้ประกอบการ เลือกคำสำคัญในการโปรโมตสินค้าได้ดีขึ้น และตรงกับความต้องการในตลาด อีกทั้งยังสามารถผลักดันคอนเทนต์ของเราให้กลายเป็นคอนเทนต์แนะนำได้ค่ะ
4. สร้าง Backlink
Backlink คือ ลิงก์จากเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ทำการโฆษณาสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวกับแบรนด์ของเรา เมื่อลูกค้ากดเข้าไปที่ลิงก์เหล่านั้น จะสามารถเชื่อมต่อไปยังหน้าเว็บไซต์ของแบรนด์ได้ ซึ่งเทคนิคการสร้าง Backlink นั้นสามารถสร้างได้จากหน้าเว็บไซต์ของผู้ช่วยโฆษณาสินค้า หน้าเว็บบล็อก หรือแพล็ตฟอร์มออนไลน์ช่องทางอื่น ๆ
เว็บไซต์ Search Engine อย่าง Google จะชอบเว็บไซต์แบรนด์ที่มี Backlink ที่สามารถเชื่อมโยงไปที่หน้าเว็บไซต์สินค้า เนื่องจากการทำ Backlink เปรียบเสมือนการที่มีคนพูดถึงแบรนด์ของเราบนโลกโซเชียล ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น
การสร้าง Backlink เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี มีเทคนิคดังต่อไปนี้ค่ะ
Anchor Text คือการแปะลิงก์ที่มีตัวอักษรที่เป็นข้อความเพื่อให้ลูกค้าสามารถกดเข้าไปยังหน้าเว็บที่ต้องการ ซึ่งการเขียน Anchor Text ที่ดี และใช้เทคนิคการทำ SEO จะช่วยให้ลำดับเว็บไซต์อยู่ในลำดับต้น ๆ ของการค้นหา
การใช้คำศัพท์ที่ตรงกับการค้นหา หรือการใช้คำที่ลูกค้านิยม หรือเป็นกระแสในช่วงเวลานั้น ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเจอลิงก์ของเว็บไซต์เรามากยิ่งขึ้น ซึ่ง Conversion Rate จากการคลิกก็จะสูงขึ้นด้วยค่ะ
การเขียนคอนเทนต์ทั้งฝ่ายผู้ประกอบการเองและผู้ที่เป็นพาร์ทเนอร์ จะต้องมีข้อมูลที่ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ลูกค้าไม่เกิดความสับสน เมื่อกดลิงก์จากหน้าเว็บอื่น มาที่หน้าเว็บเรา
5. มอบข้อเสนอที่ลูกค้ายากจะปฏิเสธ
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คุณสามารถมอบข้อเสนอหรือโปรโมชันสุดพิเศษให้แก่ลูกค้า เมื่อทำ Affiliate Marketing โดยการ Boost โฆษณา ซึ่งสามารถเพิ่มยอด Conversion Rate จากการคลิกให้สูงขึ้นได้ด้วยวิธีนี้ ยิ่งไปกว่านั้น วิธีการนำเสนอโปรโมชันใช้ได้ผลกับลูกค้าที่ไม่เคยซื้อขายกับทางเว็บไซต์มาก่อน
วิธีการหยิบยื่นข้อเสนอให้แก่ลูกค้า สามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งได้แก่
การใช้โปรโมชั่นลดราคา
ตัวอย่างจากแบรนด์ Sephora ที่นำเสนอโปรโมชันลดราคา 50%
วิธีการใช้โปรโมชัน เพื่อลดราคาสินค้า สามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้กลายมาเป็นลูกค้าขาจรได้ในเบื้องต้น เมื่อลูกค้าได้ทดลองใช้สินค้าแล้วรู้สึกประทับใจ ก็มีโอกาสที่ลูกค้ากลุ่มนี้จะเกิดการซื้อซ้ำและกลายเป็นลูกค้าประจำได้
ตัวอย่างจาก Netflix ที่ให้ลูกค้าดูหนังฟรี 30 วัน
ภาพจากhttps://www.houseguides.org
หลายท่านอาจจะเคยเห็นการโฆษณาผ่านตากันมาบ้าง เช่น การมอบ Gift Voucher ทดลองใช้สินค้า การมอบสิทธิพิเศษเพื่อใช้บริการ 20 ท่านแรก วิธีเหล่านี้จะสามารถช่วยเพิ่ม Conversion Rate เมื่อลูกค้าสนใจทดลองใช้สินค้าฟรีเบื้องต้นด้วยการคลิกเข้ามาที่หน้าเว็บไซต์ค่ะ
ตัวอย่างการโฆษณาสินค้าด้วยการใช้ Promo Code
วิธีการนำเสนอ Promo Code เพื่อให้ลูกค้านำรหัสที่ทางแบรนด์เสนอให้ไปใช้เพื่อลดราคา ในช่วงเวลาที่กำหนด สามารถช่วยเพิ่มยอดคลิกให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่แบรนด์สามารถใช้วิธีนี้เพื่อสร้างยอดขายได้
สรุป:
การสร้าง Affiliate Marketing สามารถเพิ่มช่องทางการขายให้แก่เจ้าของกิจการ ด้วยวิธี Win-Win ทั้งสองฝ่ายระหว่างตัวเจ้าของกิจการเอง และผู้ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของบริษัท ยิ่งคอนเทนต์ดีมีคุณภาพ แถมมี Influencer ช่วยในการขยายตลาด ก็ยิ่งทำให้แบรนด์ของท่านเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากตัวลูกค้าเอง เนื่องจากมีบุคคลดังคอยช่วยเชียร์สินค้า ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาดนั่นคือการใช้เทคนิค SEO เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ดีอยู่ตลอด รวมไปถึงการไว้วางใจผู้ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของบริษัท เพื่อให้แบรนด์ของเราเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
นอกจากนี้ STEPS Academy ยังมีข่าวดีมาให้ทุกท่านที่สนใจการทำธุรกิจออนไลน์มาฝากกันค่ะ
เตรียมตัวให้พร้อมกับคอร์สเรียนหลักสูตร Digital Marketing Strategy เพื่อผู้ประกอบการ นักการตลาด และผู้ที่สนใจทั่วไป สามารถวางกลยุทธ์ ทำการตลาดออนไลน์ ได้อย่างถูกวิธี แข็งแกร่ง และยั่งยืน สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://stepstraining.co/digital-marketing-specialist
ข้อมูลจาก:
www.bigcommerce.com.au
www.mentionlytics.com
https:// junto.digital
https://www.demandsage.com